เปิดไลฟ์สไตล์สอง ‘คุณพ่อต้นแบบ’ ผู้บริหารเซเลบฯ คอมันตร์ – วงศ์ทองคำ พร้อมเผยแนวคิดการเลี้ยงลูกสมัยใหม่ เสริมความเหนียวแน่นกระชับความสัมพันธ์

ชีวิตผู้บริหารในวันวันหนึ่งเต็มไปด้วยเรื่องต่าง ๆ มากมายหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องงาน การประชุม การจัดสรรบุคลากร แต่อีกหนึ่งมุมของผู้บริหารคนเก่งที่หลาย ๆ คนอาจจะไม่เคยได้เห็นคือ “เรื่องชีวิตครอบครัว” ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเหล่าผู้บริหารต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ไม่แพ้เรื่องงานเลย เช่นเดียวกับสองครอบครัวผู้บริหารเซเลบ อย่าง ครอบครัวคอมันตร์ และ ครอบครัววงศ์ทองคำ ที่มีอีกด้านของเบื้องหลังความสำเร็จด้านการงานเป็นไลฟ์สไตล์ครอบครัวสมัยใหม่อันแสนอบอุ่น โดยบทความในวันนี้จะพาทุกคนไปส่องไลฟ์สไตล์ชีวิตของทั้งสองครอบครัวดัง ในหลากหลายมิติ ทั้ง กิจกรรมที่ทำร่วมกัน อาหารการกิน รวมไปถึง แนวทางการเลี้ยงลูก ๆ ในยุคสมัยนี้

‘คุณอามร์-อธิดุลย์ คอมันตร์’ ผู้บริหารหนุ่ม ของ บริษัทธุรกิจการบิน และเจ้าของธุรกิจ ภูวนาลี รีสอร์ท เขาใหญ่ ที่ปัจจุบันควบตำแหน่งคุณพ่อหัวหน้าครอบครัวคอมันตร์ ดูแลศรีภรรยาอย่าง ‘คุณโมนา-วิภาวี คอมันตร์’ ผู้จัดการทั่วไป โครงการเดอะ บ็อบ และคู่แฝดลูกชายลูกสาว ‘น้องธิ-เอกวิทย์ คอมันตร์’ และ ‘น้องดา-วรดา คอมันตร์’ เล่าถึงกิจกรรมโปรดของครอบครัวตามสไตล์ครอบครัวคอมันตร์ คงหนีไม่พ้นการใช้เวลาร่วมกันพาลูก ๆ ทั้งสองไปเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวในสถานที่ใหม่ ๆ ตามต่างจังหวัด และสิ่งที่ทั้งครอบครัวคอมันตร์เห็นจะชื่นชอบตรงกันเป็นพิเศษเลยคือการได้เที่ยวชมธรรมชาติอัน

สวยงามของเมืองไทย อาทิ เที่ยวน้ำตก สำรวจถ้ำ ฯลฯ นอกจากนั้นอีกหนึ่งกิจกรรมที่คุณพ่ออามร์และน้องธิชอบทำร่วมกันคือ การออกกำลังกาย และ การเข้าครัวทำอาหาร เนื่องจากน้องธิชอบเล่นกีฬาหลากหลายชนิดเหมือนคุณพ่อ ไม่ว่าจะเป็น ฟุตบอล ว่ายน้ำ รวมถึง บาสเกตบอล ที่น้องธิโปรดปรานเป็นพิเศษทำให้น้องได้เป็นถึงนักกีฬาบาสเกตบอลของโรงเรียน และคุณพ่อตัวอย่างแบบพ่ออามร์ก็ไม่พลาดที่จะไปให้กำลังใจถึงขอบสนามเวลาที่น้องธิลงแข่ง ในส่วนของการทำอาหาร คุณพ่ออามร์เองจะลงมือเข้าครัวทำอาหารให้คุณแม่และลูก ๆ ได้ทานหลากหลายเมนู อาทิ สเต๊กเนื้อ สปาเกตตีไข่หอยเม่น เป็นประจำในช่วงสุดสัปดาห์ จึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้น้องธิได้รับแรงบันดาลใจอยากลองจับตะหลิวโชว์ฝีมือพ่อครัวตัวจิ๋วให้คุณพ่อคุณแม่ได้ลองชิม และอีกความน่ารักของพ่อลูกสามคนนี้คือ การส่งลูก ๆ เข้านอน พร้อมโมเมนต์กอดหอมมอบความรักก่อนเข้านอนทุกคืน

และสิ่งสำคัญที่ครอบครัวคอมันตร์ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ ในการเลี้ยงลูกทั้งสองก็คือ การทานอาหารของน้องธิและน้องดาที่จะต้องพิถีพิถันเป็นพิเศษ โดยปกติแล้วคุณแม่โมนาจะเป็นผู้ที่คอยดูแลเรื่องอาหารการกินของแฝดทั้งสอง คุณแม่โมน่าเล่าว่า เรื่องอาหารการกินจะเน้นไปที่โปรตีน ผัก ผลไม้ และในทุก ๆ มื้อคุณแม่โมนาจะคอยสอนให้น้อง ๆ หัดทานผักเป็นอย่างน้อยหนึ่งส่วนสี่ของอาหารในแต่ละมื้อ และเมื่อพูดถึงการทานอาหารเพื่อสุขภาพ หนึ่งในร้านทางเลือกของครอบครัว     คอมันตร์คือ ‘ซิซซ์เล่อร์’ เป็นร้านที่ครอบครัวมักจะเลือกมาใช้ช่วงเวลาคุณภาพรับประทานอาหารร่วมกัน และสุดท้ายคุณพ่อคุณแม่ครอบครัวคอมันตร์ได้ทิ้งท้ายให้คำนิยามของการเลี้ยงลูกในยุคปัจจุบันว่า “การเลี้ยงลูกนั้นต้องเลี้ยงให้ลูกมีความสุขที่สุด ในฐานะพ่อแม่ เราต้องคอยซัพพอร์ทความชอบของลูกและสนับสนุนในสิ่งที่เค้าชอบ เพราะการที่ลูกของเราได้ทำในสิ่งที่เค้ารัก เค้าจะทำสิ่งนั้นออกมาได้ดี และเปิดโอกาสให้เค้าได้ใช้ชีวิตในแบบของตัวเค้าเอง ภายใต้กรอบการดูแลของคุณพ่อคุณแม่ ให้เค้าได้รู้สึกถึงคุณค่าในตัวของเค้าเอง ให้เค้ามั่นใจที่ได้เป็นตัวของตัวเอง”

คุณพ่อต้นแบบท่านที่สอง ‘คุณตุ้ย-วิทยา สินทราพรรณทร’ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด คุณพ่อของ ‘น้องเอเต้-พณรพีร์ สินทราพรรณทร’ ลูกชายวัย 6 ขวบกำลังเรียนรู้และสามีคนเก่งของ ‘คุณเอมี่-รพีพร วงศ์ทองคำ’ คุณพ่อตุ้ยเล่าว่า ไลฟ์สไตล์นอกเวลางานของครอบครัววงศ์ทองคำนั้นอันแน่นไปด้วยกิจกรรมมากมายที่ทำร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น การเล่นไอซ์สเก็ต วิ่งออกกำลังกาย ปั่นจักรยาน เดินห้าง เข้ายิม เล่นโยคะ สนอร์เกิลลิ่ง ตีแบต ตลอดไปจนถึง เล่นบานาน่าโบ๊ท และในช่วงล็อกดาวน์ที่ผ่านมา บ้านวงศ์ทองคำก็ได้มีการทำกิจกรรมพิเศษร่วมกันมากมาย ทั้ง การปลูกต้นไม้ ทำอาหาร และที่น้องเอเต้กับคุณพ่อดูจะชื่นชอบเป็นพิเศษก็คือ การต่อเลโก้ ฝึกพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ และนอกจากนี้ คุณพ่อตุ้ยเองยังให้ความสำคัญกับการใช้เวลาร่วมกับน้องเอเต้เป็นอย่างมาก เพื่อเป็นการดูแลพัฒนาการของน้องอย่างใกล้ชิด ทั้ง ไปส่งน้องที่โรงเรียนทุกเช้า อ่านหนังสือนิทานก่อนนอน และในช่วงเย็นของทุกวัน คุณพ่อตุ้ยยังแบ่งเวลามาคอยสอนการบ้านน้องหลังเลิกเรียนอีกด้วย ทางฝั่งคุณแม่ได้เล่าว่า น้องเอเต้เองสนิทกับคุณพ่อตุ้ยมาก เวลาคุณพ่อต้องไปทำงานไกลบ้าน น้องเอเต้ก็จะคอยวิดีโอคอลหาคุณพ่ออยู่ตลอด พร้อมไปนอนบนเตียงของคุณพ่อ เพื่อบรรเทาความคิดถึง

และอีกหนึ่งช่วงเวลาครอบครัวที่สำคัญของบ้านวงศ์ทองคำก็คือช่วงเวลาบนโต๊ะอาหารมื้อเย็น ที่คุณพ่อตุ้ยและคุณแม่เอมี่จะได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรื่องราวต่าง ๆ ในแต่ละวันกับน้องเอเต้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน เรื่องเพื่อน เรื่องความสนใจของน้องเอเต้ คุณแม่เอมี่เล่าว่า น้องเอเต้มักจะศึกษาหาความรู้นอกห้องเรียนมาเล่าให้คุณพ่อและคุณแม่ฟังอยู่เสมอ และเป็นช่วงเวลาที่คุณแม่มีโอกาสได้ดูแลเรื่องอาหารการกินของน้องเอเต้ โดยจะให้น้องเอเต้เน้นรับประทานเนื้อ นม ผัก ให้ครบ 5 หมู่ ผักชนิดโปรดของน้องเอเต้ ได้แก่ บร็อคโคลี แครอท คะน้า แถมพวกผลไม้ต่าง ๆ อย่าง ลูกพลับ แอปเปิ้ล สตรอว์เบอร์รี ส้ม เหตุผลที่ต้องคอยดูแลเรื่องอาหารการกินของน้องเอเต้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากน้องเอเต้เป็นเด็กขยันที่ชอบทำกิจกรรมต่าง ๆ แม้ในช่วงสุดสัปดาห์ และคุณแม่ยังเล่าอีกว่า น้องเอเต้เป็นเด็กที่ชอบทานผักผลไม้มาก เมื่อมีโอกาสได้เลือกร้านอาหารที่ต้องทานหลังจากเรียนพิเศษเสร็จ ก็จะมักจะเลือกทาน ‘ซิซซ์เล่อร์’ อยู่บ่อยครั้ง และเมื่อถามคุณพ่อถึงนิยามของการเลี้ยงลูกสไตล์คุณพ่อตุ้ย คุณพ่อตอบว่า “ยุคสมัยนี้เด็ก ๆ จะใช้เวลาอยู่กับเทคโนโลยีต่าง ๆ ค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นความผูกพันระหว่างครอบครัวจึงถือเป็นเรื่องสำคัญ คุณพ่อคุณแม่ต้องหมั่นใช้เวลาร่วมกับลูก และใส่ใจทุกเรื่องของเค้า ให้เค้าได้มีความคิดของตัวเองแต่ต้องมีวินัย เปิดโอกาสให้เค้าได้ทำอะไรที่เค้าชอบแต่ต้องสอนให้เค้ามีความตั้งใจ และสุดท้ายต้องสอนให้เค้ารู้จักการแบ่งปัน มองโลกในทุกมิติ ”

และเนื่องในโอกาสพิเศษช่วงใกล้วันพ่อ ซิซซ์เล่อร์จึงได้ถือโอกาสเชิญสองครอบครัวดังกล่าวมาฉลองกันที่ร้าน พร้อมลองชิม 2 เซตเมนูพิเศษใหม่ต้อนรับช่วงเทศกาลวันพ่อ ได้แก่ เซตเมนูสเต๊กปลาเก๋า เสิร์ฟพร้อมสลัดแซลมอนมะม่วง  ซอสครีมแซลมอน และคร็อกเก็ตกุ้ง และ เซตเมนูเซิร์ฟ แอนด์ เทิร์ฟ เสิร์ฟพร้อมมันบดทรัฟเฟิล และซอสพริกไทยดำ มาคู่กับ ลิ้นจี่โมฮีโต้ และ พานาคอตต้าซอสมะม่วง และฝอยทอง ในเซต ทั้งสองครอบครัวได้เล่าถึงความประทับใจหลังจากที่ได้ลองชิมทั้งสองเมนูแล้วว่า ทั้งสองเมนูนี้มีทั้งความพิเศษด้านรสชาติและโดดเด่นในด้านสุขภาพเหมาะสำหรับการทานเป็นครอบครัว เพราะไม่ว่าจะเป็นเซตเมนูเซิร์ฟ แอนด์ เทิร์ฟที่ถูกปากเหล่าคุณพ่อ และ เซตเมนูสเต๊กปลาเก๋าที่ดีต่อสุขภาพเหมาะกับทุกเพศทุกวัย อีกทั้งสลัดบาร์ที่มีให้ตักกันได้ไม่อั้น พร้อมด้วยชีสโทสต์ของโปรดคุณลูก ทำให้ทั้งสองครอบครัวจึงอยากแนะนำสองเมนูดังกล่าวให้ทุกครอบครัวได้มาฉลองกันในวันพ่อที่จะมาถึงนี้ โดยทั้งสองเซตเมนูพิเศษวันพ่อจะพร้อมเสิร์ฟความอบอุ่นที่ซิซซ์เล่อร์ ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 15 ธันวาคมนี้